...

หลั่งเร็ว เกิดจากอะไร แค่เรื่องอารมณ์หรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณผิดปกติ

หลายคนอาจเคยกังวลเมื่อมีประสบการณ์ หลั่งเร็ว แบบไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งเกิดขึ้นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต แต่บางครั้งก็เกิดซ้ำจนเริ่มเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาร่วมอย่าง อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว จนทำให้ตั้งคำถามว่า “นี่คือเรื่องปกติตามวัย เกิดขึ้นเวลาเครียดมาก ๆ หรือจริง ๆ แล้วอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ดี?”

ความจริงคือ ปัญหาเรื่องเพศเป็นเรื่องสุขภาพที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด มีข้อมูลระบุว่า ผู้ชายประมาณ 20–30% เคยมีประสบการณ์หลั่งน้ำอสุจิเร็ว  ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และบางส่วนอาจพบร่วมกับภาวะ อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว ได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความกังวลได้

Key Takeaway
  • หากหลั่งภายใน ~1 นาทีต่อเนื่อง ≥6 เดือนและกระทบใจ/ความสัมพันธ์ จึงเข้าข่ายปัญหาที่ควรประเมิน (ค่าเฉลี่ยทั่วไป ~5–6 นาที)
  • สาเหตุไม่ใช่แค่อารมณ์แค่อาจเกิดได้จากทั้งความเครียด/วิตกกังวล และปัจจัยชีวภาพ เช่น เซโรโทนินหรือไทรอยด์
  • อาจสะท้อนสุขภาพระบบหลอดเลือด–ฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง และฮอร์โมนต่ำสัมพันธ์กับอาการ
  • ทางเลือกในการรับมือกับปัญหาหลั่งไว เช่น ฝึกเทคนิคพฤติกรรม เพิ่มกิจกรรมทางกาย ≥150 นาที/สัปดาห์ นอนให้เพียงพอ และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา ไม่ควรซื้อกินเอง

หลั่งเร็ว คืออะไร เกณฑ์ทางการแพทย์วัดอย่างไร

ในทางการแพทย์ Premature Ejaculation (PE) หมายถึง ภาวะที่มีการหลั่งน้ำอสุจิเร็วกว่าที่ต้องการ โดยมักเกิดภายในประมาณ 1 นาทีหลังการสอดใส่ และเกิดขึ้นเป็นประจำติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน ตามเกณฑ์ DSM-5 ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน

งานวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยระยะเวลาตั้งแต่สอดใส่จนถึงหลั่ง (Intravaginal Ejaculatory Latency Time: IELT) ของผู้ชายทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5–6 นาที ดังนั้นหากต่ำกว่า 1 นาทีอย่างสม่ำเสมอและสร้างความทุกข์ใจ จึงเข้าข่าย หลั่งเร็ว ที่ควรประเมินเพิ่มเติม

บางคนอาจเข้าใจผิดว่าถ้าเกิดร่วมกับ อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว แปลว่าปัญหารุนแรงเสมอไป แต่ความจริงคือ ทั้งสามภาวะอาจเกิดแยกกันหรือสัมพันธ์กันก็ได้ จำเป็นต้องดูภาพรวมสุขภาพกายและใจ ไม่ควรสรุปเองโดยไม่มีข้อมูล

หลั่งเร็ว เกิดจากอะไร ทั้งด้านกายและใจ

สาเหตุของอาการหลั่งไวที่ทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนเกิดความไม่มั่นใจ อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ปัจจัยทางจิตใจและปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่

  1. ด้านจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ความกดดันเรื่องสมรรถภาพ ความเครียดสะสม หรือประสบการณ์ทางเพศในอดีต งานวิจัยพบว่า ผู้ชายที่มีระดับความวิตกกังวลสูง มีโอกาสเกิด หลั่งเร็ว มากกว่ากลุ่มทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิต
  2. ด้านชีวภาพ อาจเกี่ยวข้องกับระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีบทบาทควบคุมการหลั่ง หากระดับต่ำอาจทำให้ควบคุมได้ยาก นอกจากนี้ยังพบความสัมพันธ์กับภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) ซึ่งงานศึกษาเคยรายงานไว้ว่า ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษกว่า 50% มีอาการ หลั่งเร็ว และอาการดีขึ้นหลังรักษาไทรอยด์

ในบางรายที่มี อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว ร่วมด้วย อาจเกิดวงจรวิตกกังวล คือ กลัวว่าจะไม่แข็งพอ จึงเร่งจบกิจกรรมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดหลั่งไวตามมา ดังนั้นการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจจึงสำคัญพอ ๆ กัน

หลั่งเร็ว เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและโรคประจำตัวหรือไม่

แม้หลายคนคิดว่า หลั่งเร็ว เป็นเรื่องของอารมณ์ล้วน ๆ แต่ในความเป็นจริงอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ซึ่งล้วนมีผลต่อหลอดเลือดและระบบประสาท

ผู้ชายที่มีปัญหา อวัยวะเพศชายไม่แข็ง จากโรคหลอดเลือด มักมีความเสี่ยงเรื่องการควบคุมการหลั่งเช่นกัน เนื่องจากกลไกการแข็งตัวและการหลั่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติ การศึกษาบางชิ้นรายงานว่า ผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีโอกาสพบหลั่งไวร่วมด้วยได้ถึง 30–40%

ในกรณีที่มี น้องชายไม่แข็งตัว บ่อยครั้ง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน และฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน เพราะฮอร์โมนเพศชายต่ำอาจทำให้ความต้องการลดลงและควบคุมการตอบสนองได้ยาก การประเมินโดยแพทย์จะช่วยแยกได้ว่า เป็นแบบปฐมภูมิ (เป็นมาตั้งแต่วัยหนุ่ม) หรือทุติยภูมิ (เกิดภายหลังจากปัจจัยสุขภาพ)

หลั่งเร็ว รักษาได้ไหม มีทางเลือกอะไรบ้าง

ผู้ชายหลายคนอาจจะกำลังกลุ้มใจว่าปัญหาที่เจออยู่อาจจะแก้ไขได้ยากหรือมีโอกาสน้อยที่จะกลับมาเป็นเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ  แต่ข่าวดีคือปัญหาเรื่องหลั่งไวยังสามารถดูแลได้ โดยแนวทางขึ้นกับสาเหตุ

  1. พฤติกรรมบำบัด เช่น เทคนิค Start-Stop หรือ Squeeze Technique ซึ่งมีรายงานว่าสามารถเพิ่มระยะเวลา IELT ได้ 2–3 เท่าเมื่อฝึกต่อเนื่อง
  2. การใช้ยาในกลุ่ม SSRI บางชนิด เช่น Dapoxetine ซึ่งได้รับการรับรองในหลายประเทศว่าสามารถช่วยชะลอการหลั่งได้ โดยงานวิจัยแบบสุ่มควบคุมพบว่าสามารถเพิ่มระยะเวลาได้เฉลี่ย 2–3 นาที
  3. ยาชาเฉพาะที่ แบบทาภายนอก ช่วยลดความไว แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่มีประสบการณ์

หากมี อวัยวะเพศชายไม่แข็ง ร่วมด้วย อาจต้องพิจารณายากลุ่ม PDE5 inhibitors ควบคู่กัน และในผู้ที่มี น้องชายไม่แข็งตัว จากโรคประจำตัว การควบคุมโรคต้นเหตุจะช่วยให้การรักษา หลั่งเร็ว ได้ผลดีขึ้น สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะบางชนิดอาจมีผลต่อหัวใจหรือความดันโลหิต

หลั่งเร็ว ควรพบแพทย์เมื่อไร และดูแลตัวเองอย่างไร

ควรพบแพทย์เมื่อ หลั่งเร็ว เกิดขึ้นสม่ำเสมอเกิน 6 เดือน สร้างความเครียด หรือมีปัญหาร่วมอย่าง อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว บ่อยครั้ง เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดหรือเบาหวานระยะเริ่มต้น ซึ่งการดูแลตัวเองเบื้องต้น ได้แก่

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ตามคำแนะนำ WHO
  • นอนหลับให้ได้ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน อย่างมีคุณภาพ เพื่อช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้า
  • ลดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ซึ่งมีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับภาวะหลั่งไวและปัญหาการแข็งตัว
  • ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น การหายใจลึก หรือทำสมาธิ

หากมีทั้งภาวการณ์หลั่งอสุจิเร็ว ร่วมกับ อวัยวะเพศชายไม่แข็ง หรือ น้องชายไม่แข็งตัว ควบคู่กัน อาจจะแนะนำให้เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีหรือการตรวจกับคลินิกสำหรับผู้ชายเพื่อช่วยค้นหาความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้เร็วขึ้น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

สรุป

ปัญหาเรื่องการควบคุมการหลั่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่ตัวตัดสินคุณค่าความเป็นผู้ชาย สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไร และเราจะดูแลตัวเองอย่างไรอย่าง ไม่ตัดสินตัวเองเร็วเกินไป หากคุณกำลังเผชิญความกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการควบคุมการหลั่งหรือปัญหาการแข็งตัว สามารถเข้ามารับคำปรึกษาหรือพูดคุยกับแพทย์ที่ M Clinic คือคลินิกที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สุขภาพผู้ชายโดยเฉพาะ ให้บริการโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ผู้ชายทั้งหมด ในบรรยากาศที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความสบายใจเป็นหลัก มีโปรแกรมการประเมินและดูแลที่ออกแบบเฉพาะตามช่วงวัยและความต้องการของแต่ละคน ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์มากประสบการณ์ เพื่อให้คุณอุ่นใจในทุกขั้นตอน